รองผกก.โดนคำสั่งโยกไปอยู่ 3 โรงพัก 3 จังหวัดภายในคืนเดียว

อาหารเสริม

เป็นที่ฮือฮาและวิพากษ์วิจารณ์กันในแวดวงสีกากี สำหรับคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจ ระดับรองผกก.-สารวัตร วาระประจำปี 2560 ที่เพิ่งแต่งตั้งโยกย้ายเสร็จสิ้นไปเมื่อไม่นานมานี้

เมื่อมีสารวัตรนายหนึ่งขยับขึ้นเป็นรองผกก. แต่ถูกย้ายในการแต่งตั้งครั้งนี้ไปถึง 3 โรงพัก นั่นคือ พ.ต.ท.เอกชลิต คำหริ่ง

โดยคำสั่งแรกเป็นคำสั่งตร.ที่ 120/2561 ลงวันที่ 12 มี.ค.2561 ให้พ.ต.ท.เอกชลิต คำหริ่ง สวป.สภ.บ้านนา จ.นครนายก และนรต.รุ่น 54 ขึ้นเป็นรองผกก.สส.สภ.ระแงะ จ.นราธิวาส

จากนั้นมีคำสั่งตร.ที่ 122/2561 ลงวันที่ 12 มี.ค.2561 ให้พ.ต.ท.เอกชลิต คำหริ่ง รองผกก.สส.สภ.ระแงะ จ.นราธิวาส ย้ายไปเป็นรองผกก.ฝ่ายสรรพวุธ 1 สพ.

ก่อนมาถึงคำสั่งสุดท้าย เป็นคำสั่งตร.ที่ 123/2561 ลงวันที่ 12 มี.ค.2561 ให้พ.ต.ท.เอกชลิต คำหริ่ง รองผกก.ฝ่ายสรรพวุธ 1 สพ. ย้ายไปเป็นรองผกก.จร.สภ.เมืองสุรินทร์

กรมอุทยานฯ เผยมูลค่า เสือดำ-ไก่ฟ้า’ สูงกว่า 3ล. จ่อเอาผิดคดีแพ่งเปรมชัย

   หัวหน้าชุดเฉพาะกิจพญาเสือ เผยมติคณะกรรมการกรมอุทยานฯประเมินราคาทางแพ่ง เสือดำ-ไก่ฟ้า มากกว่า 3 ล้านบาท คาดผลที่ประชุมถึงมือ “ศรีวราห์” วันนี้ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าชุดเฉพาะกิจพญาเสือ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เปิดเผยกับสำนักข่าวไอ.เอ็น.เอ็น. กรณีมูลค่าเสียหายทางแพ่งในคดีนายเปรมชัย กรรณสูต กับพวกร่วมกันล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ว่า ภายหลังที่พนักงานอัยการมีคำสั่งให้พนักงานสอบสวน ทำการสอบสวนเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2561

   ซึ่งหนึ่งในประเด็นที่จะต้องสอบสวนเพิ่มเติม คือ ความเสียหายทางทรัพยากร ในขณะมีผู้เข้าไปล่าสัตว์มีผลกระทบต่อทรัพยากรป่าไม้หรือไม่ หากมีให้ทำการสอบสวนเพิ่มเติม นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จึงสั่งให้มีการตั้งชุดคณะทำงานขึ้นมา ประกอบด้วย รองอธิบดีกรมอุทยานฯ สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า ทีมกฏหมาย ชุดเฉพาะกิจพญาเสือ สำนักวิจัย และทีมระบบนิเวศน์ ฯลฯโดยมีการประชุมคำนวณราคาความเสียหายและมีมติไปเมื่อวันที่ 23 มี.ค.ที่ผ่านมา รวมมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้น มากกว่า 3 ล้านบาท และผลมติในที่ประชุมคาดว่าจะถึง พลตำรวจเอกศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ในวันนี้ (26 มี.ค.61)

   นอกจากนี้ นายชัยวัฒน์ ยังกล่าวอีกว่า ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรก ในการดำเนินการฟ้องแพ่งเพื่อเรียกร้องค่าเสียหาย ซึ่งการคำนวณมูลค่าความเสียหายที่เกิดกับเสือดำและไก่ฟ้า ตนเองได้สั่งให้มีการหาข้อมูลตั้งแต่หลังเกิดเหตุ โดยนำเอาผลวิจัยทางวิชาการ ขั้นตอนการเพาะเลี้ยงไปจนถึงการปล่อยสู่ป่าธรรมชาติ รวมถึงความน่าจะเป็นในการตกลูกของช่วงอายุสัตว์ด้วย ซึ่งหากทางพนักงานอัยการ เห็นพ้องตามข้อมูลที่เสนอ หลักการคำนวณนี้จะถือเป็นบรรทัดฐานในการหามูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นกับสัตว์ป่า

แจ้งความอลเวง นักกอล์ฟโดนไล่ตะเพิดพ้นสนามไดร์ฟ ตร.ช่วยเจรจา

   นักกอล์ฟถูกโปรตะเพิดพ้นสนามไดร์ฟชื่อดัง ย่านแสนภูดาษ ต่างฝ่ายต่างเข้าแจ้งความร้องทุกข์ ตำรวจช่วยไกล่เกลี่ยจนยอมแยกย้ายจากกันไป เหตุมาจากความขัดแย้งส่วนตัวที่เคยเป็นนายจ้างและลูกจ้างระหว่างกันมาก่อน

   เมื่อช่วงค่ำวานนี้ (24 มี.ค.) นายอภิมุข อายุ 22 ปี ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อ ร.ต.อ.พงศ์พิเชษฐ ธนพศุตม์กุล รองสารวัตรเวรสอบสวน สภ.แสนภูดาษ อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา หลังจากถูก นายบรรจง อายุ 58 ปี โปรกอล์ฟ ผู้ดูแลสนามไดร์ฟกอล์ฟแห่งหนึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ ม.2 ต.แสนภูดาษ ใกล้เคียงกับโรงพัก สภ.แสนภูดาษ ไล่ออกมาจากสนามไดร์ฟกอล์ฟดังกล่าวต่อหน้าเพื่อนนักกอล์ฟจำนวนมาก ขณะที่กำลังเข้ามาใช้บริการนายอภิมุข กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตนเคยทำงานอยู่ภายในสนามกอล์ฟแห่งนี้มาก่อน แต่ได้ลาออกมาประมาณ 1 สัปดาห์แล้ว เพราะได้งานที่ใหม่ โดยในวันนี้ตนได้เดินทางเข้ามาเพื่อไดร์ฟกอล์ฟ ซ้อมวงสวิง เพื่อที่จะเตรียมตัวเข้าแข่งขันในรายการที่จะมีการจัดขึ้นในท้องถิ่น วันที่ 9 เมษายนนี้แต่ในระหว่างที่นั่งพูดคุยอยู่กับเพื่อนในสนาม ได้ถูก นายบรรจง ซึ่งเป็นโปรกอล์ฟที่ดูแลสนามแห่งนี้เข้ามาไล่ให้ออกไปจากสนามต่อหน้านักกอล์ฟคนอื่นๆ ที่กำลังเข้ามาใช้บริการอยู่เป็นจำนวนมาก ทั้งที่ตนเองนั้นได้เข้ามาใช้บริการแบบลูกค้าทั่วไปและจ่ายเงินค่าใช้บริการเหมือนกับลูกค้าคนอื่นๆ ทั่วไป ตนจึงเห็นว่าการกระทำดังกล่าวนี้ไม่ถูกต้องและไม่เป็นธรรมกับตนจึงอยากเข้ามาแจ้งความร้องทุกข์ไว้ในฐานะผู้บริโภค

   ขณะเดียวกัน ในเวลาต่อมา นายบรรจง ผู้ดูแลสนามไดร์ฟกอล์ฟดังกล่าวนั้น ได้เดินทางเข้ามาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเช่นเดียวกัน โดยกล่าวหาว่า นายอภิมุข พูดจาข่มขู่ตนเองในลักษณะท้าทายให้มาเจอกันที่หน้าสนามกอล์ฟดังกล่าวนายบรรจง เปิดเผยว่า สาเหตุที่ต้องเชิญ นายอภิมุข ออกไปจากสนามนั้น เนื่องจากนายอภิมุข ได้เข้ามานั่งดื่มเบียร์และชักชวนลูกน้องตนนั่งดื่มด้วย ในขณะที่ยังทำงานพร้อมพูดคุยส่งเสียงดัง อีกทั้งยังนั่งด้วยท่าทางที่ไม่สุภาพด้วยการนำเท้าขึ้นมาพาดอยู่บนขอบโต๊ะในสนามไดร์ฟ ท่ามกลางสายตาของลูกค้ารายอื่นๆ ตนจึงเห็นว่าการกระทำดังกล่าวนั้นไม่เหมาะสมจึงได้ให้พนักงานในสนามเข้าไปเชิญตัวออกไปจากสนามร.ต.อ.พงศ์พิเชษฐ กล่าวว่า จากการพูดคุยเจรจาไกล่เกลี่ยสอบถามกันแล้ว กรณีนี้สามารถตกลงกันได้ โดยเหตุที่เกิดขึ้นนี้ไม่ได้มีการใช้กำลังในการทำร้ายร่างกายกัน และยังเคยเป็นนายจ้างลูกจ้างกันมาก่อน ซึ่งเคยมีปัญหาส่วนตัวกันมาอยู่บ้างหลังจากที่ทำการพูดคุยกันแล้ว นายอภิมุข ได้รับปากว่าจะไม่กลับเข้ามายังที่สนามไดร์ฟกอล์ฟแห่งนี้อีก พร้อมกับขอเงินค่าใช้บริการที่จ่ายไป โดยที่ยังไม่ได้ตีลูกกอล์ฟคืน ส่วนนายบรรจงนั้นก็ได้ยินยอมที่จะคืนเงินให้แก่นายอภิมุข ไว้ตั้งแต่แรกแล้ว หลังจากตกลงกันได้จึงได้ให้ทั้งสองฝ่ายทำการลงบันทึกประจำวันเอาไว้เป็นหลักฐาน ก่อนที่จะแยกย้ายกันกลับไป

ตำรวจ สน.โชคชัย รวบโจอี้ บาซู เสพไอซ์ คาแมนชั่นย่านลาดพร้าว ยึดอุปกรณ์เสพ คุมฝากขังเที่ยงวันนี้

   ตำรวจ สน.โชคชัย รวบ โจอี้ บาซู เสพไอซ์ คาแมนชั่นย่านลาดพร้าว ยึดอุปกรณ์เสพ – คุมฝากขังเที่ยงวันนี้ พ.ต.อ.สุพล ค้ำชู ผกก.สน.โชคชัย พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.โชคชัย ได้ร่วมกันจับกุมนายศุรเฎฒฌ์ กรณ์งูเหลือมโชต อายุ 49 ปี หรือ “โจอี้ บาซู” นักร้องสมาชิกวง “บาซู” พร้อมอุปกรณ์เสพยาเสพติดชนิดไอซ์ ถุงพาสติกใสใช้บรรจุยาเสพติด และไฟแชค 1 อัน โดยจับกุมได้ภายในห้องพัก แมนชั่น ซอยนาคนิวาส 37 แขวงและเขตลาดพร้าว กรุงเทพ

   สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.โชคชัย ได้รับแจ้งจากสายลับว่าที่ห้องพักดังกล่าว มีดารานักร้องมั่วสุมเสพยาเสพติด จึงนำกำลังไปตรวจสอบ เมื่อเปิดเข้าไปภายในห้องพักพบ นายศุรเฎฒฌ์ หรือโจอี้ บาซู กำลังนอนอยู่บนที่นอน ทันทีที่เห็นเจ้าหน้าหน้าที่ตำรวจถึงกับหน้าซีดเผือด จากการตรวจค้นพบอุปกรณ์การเสพติดอยู่บนที่โต๊ะคอมพิวเตอร์ใช้แต่งเพลง จึงควบคุมตัวมาสอบสวน พร้อมกับตรวจปัสสาวะหาสารเสพติดในร่างกาย

   เบื้องต้น ผลจากการตรวจปัสสาวะพบว่าเป็นสีม่วง เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวไปตรวจที่ รพ.นพรัตราชธานี เพื่อยืนยันผลอีกครั้ง ปรากฎว่า มีสารเสพติดประเภท เมทแอมเฟตามีนในร่างกาย โดยนายศุรเฎฒฌ์ ไม่ยินยอมเข้ารับการบำบัดตามประกาศตามคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสชเจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อหาว่า “เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาไอซ์) โดยผิดกฎหมาย” นำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยในวันนี้ ทางพนักงานสอบสวนจะนำตัวไปฝากขังยังศาลอาญารัชดา ในเวลา 12.00 น.

ชาวขอนแก่น โวย รพ.ดังผ่าตัดทำคลอดลูกสาวเสียชีวิต ขณะผอ.ยืนยันแพทย์ทำดีที่สุดแล้ว

   นางไพรวัลย์ อายุ 56 ปี ชาวบ้านวังหิน ต.ชุมแพ อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น เข้าร้องเรียนต่อสื่อมวลชน หลัง รพ.ชุมแพ ทำการผ่าตัด น.ส.กาญจนาพร อายุ 22 ปี บุตรสาว จนเสียชีวิต ทิ้งหลานชายแรกเกิดให้ต้องกำพร้าแม่ และไม่ได้รับความรับผิดชอบจาก รพ.ดังกล่าวแต่อย่างใด

   ด้านนางไพรวัลย์ กล่าวว่า ผู้ตายซึ่งเป็นบุตรสาวได้ฝากครรภ์แบบพิเศษที่คลินิกแพทย์หญิงซึ่งเป็นแพทย์ประจำรพ.ชุมแพ โดยครบกำหนดคลอดที่รพ. วันที่ 23 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยทีมแพทย์ได้ตรวจสภาพเด็กภายในครรภ์พบว่า ทารกไม่กลับหัว ต้องทำการผ่าตัดทำคลอด แพทย์เจ้าของไข้เป็นผู้ผ่าตัดทำคลอด พร้อมทีมพยาบาลอีก 3-4 คนโดยทำการพาลูกสาวเข้าห้องผ่าตัดในช่วงเช้าวันดังกล่าว ซึ่งการผ่าตัดคลอด แพทย์แจ้งว่าใช้วิธีบล็อคหลัง โดยหลังจากเข้ารับการผ่าตัดได้ไม่นาน พยาบาลก็ออกมาแจ้งกับครอบครัวว่า ลูกสาวหัวใจหยุดเต้น แต่ปั้มหัวใจฟื้นคืนมาแล้ว ส่วนทารกเป็นเพศชาย น้ำหนัก 2.8 กก. ร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ดีแต่หลังจากผ่าตัดลูกสาวอาการไม่ดีขึ้น ต้องเข้าห้องไอซียู และเย็นวันเดียวกันได้ถูกส่งตัวไปทำการรักษาที่ รพ.ขอนแก่น แต่กว่าจะส่งตัวลูกสาวไปรักษาที่ รพ.ขอนแก่น โดยทำการพักรักษาตัวจนถึงวันที่ 8 มีนาคม ลูกสาวก็เสียชีวิตลง เมื่อสอบถามแพทย์ผู้ทำการผ่าตัดทำคลอดได้รับคำตอบว่า เป็นเพราะแพ้ยาบล็อคหลัง แต่พอส่งตัวไป รพ.ขอนแก่น แพทย์ได้ นำตัวเข้าเอกซเรย์ ตรวจอย่างละเอียด พร้อมกับแจ้งว่า ลูกสาวเกิดอาการติดเชื้อในปอด จากสาเหตุของน้ำคล่ำแตก ไหลเข้ากระแสเลือดและเข้าสู่ปอด ซึ่งแพทย์ รพ.ขอนแก่น ได้ทำการดูแลรักษาอย่างดี แต่ปอดติดเชื้อไปหมดจนกระทั่งเสียชีวิตซึ่งเมื่อลูกสาวเสียชีวิต รพ.ขอนแก่นก็ทำการออกใบรับรองแพทย์ ระบุสาเหตุการเสียชีวิตว่า เกิดจากภาวะน้ำคล่ำอุดตันเส้นเลือดที่ปอด ทำให้ครอบครัวติดใจสาเหตุการเสียชีวิตในครั้งนี้อย่างมาก จึงได้ไปหาแพทย์ผู้ทำการผ่าตัดทำคลอดอีกครั้ง เพื่อขอความช่วยเหลือ เยียวยาบ้าง แต่แพทย์รายนี้ บอกเพียงว่าเข้าใจ แต่ไม่มีเงินให้ จึงได้มอบนมผงเด็กให้ 1 กล่อง ครอบครัวจึงไม่ขอรับ และเข้าแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อเอาผิดกับทางโรงพยาบาล ซึ่งก็ยังไม่มีความคืบหน้าใด ๆ เกิดขึ้น จึงออกมาเรียกร้องขอความเป็นธรรม

   ด้าน นพ.เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ ผอ.รพ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น ถึงกรณีที่เกิดขึ้นว่า กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่ทางแพทย์ทำการผ่าตัด เพื่อทำคลอด โดยขณะนั้นมารดาเกิดมีอาการถุงน้ำคล่ำเข้ากระแสเลือด หรือทางการแพทย์เรียกว่าโรค เอ็มโบริซึ่ม (embolism) ซึ่งโรคนี้มีโอกาสน้อยที่จะเกิดขึ้นกับมารดาระหว่างคลอด แต่เมื่อเกิดขึ้นก็ยากที่จะรอดชีวิต ซึ่งทางแพทย์เมื่อทราบว่าเกิดอาการถุงน้ำคล่ำเข้ากระแสเลือด ก็ได้ทำการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น และได้เร่งช่วยชีวิตเด็กในครรภ์จนสามารถช่วยเหลือเด็กเอาไว้ได้ด้าน รพ. ยืนยันว่าได้ทำการช่วยเหลือผู้ป่วยอย่างเต็มที่ และมีแนวโน้มดีขึ้นในขณะนั้น แต่เป็นเหตุสุดวิสัยทางการแพทย์ด้วยตัวของโรคเอ็มโบริซึ่ม ทั้งนี้ รพ.ชุมแพ และรพ.ขอนแก่น ได้ทำความเข้าใจกับญาติของผู้เสียชีวิตแล้ว ซึ่งยืนยันอีกครั้งว่าได้ทำถูกต้องตามกระบวนการแพทย์ภายใต้กฎหมายรองรับทุกอย่าง อย่างไรก็ตามสำหรับการเยียวยานั้น ผู้ป่วยรายนี้มีบัตรประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยจะเป็นไปตามระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ทั้งนี้ รพ. ยืนยันว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความบกพร่องของเจ้าหน้าที่ แต่เกิดจากโรคเอ็มโบริซึ่ม หรือถุงน้ำคล่ำเข้ากระแสเลือด ที่มักจะเกิดขึ้นในผู้ป่วยที่ทำการคลอดทั้งแบบธรรมชาติและการผ่าคลอด

ป.ป.ท. เผย พบพฤติกรรมส่อทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้ยากไร้ที่บึงกาฬ หลังทีมสืบสวนสอบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบต่อเนื่อง

    นายทองสุข ณ พล นักสืบสวนชำนาญการพิเศษ ป.ป.ท.เขต 4 จ.ขอนแก่น ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนว่า ขณะนี้ชุดสืบสวนสอบสวนได้ลงพื้นที่ตรวจสอบการทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้ยากไร้ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ พม. อย่างต่อเนื่องต่อจากการพบการทุจริตเงินดังกล่าวของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งขอนแก่น ตามแผนงาน ที่ ป.ป.ท.ได้รับคำสั่งจาก เลขาธิการ คสช ในการตรวจสอบข้อเท็จจริงและตรวจสอบข้อมูลการดำเนินงานของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง ในพื้นที่ความรับผิดชอบของ ป.ป.ท.เขต 4

    ขณะนี้ได้ ดำเนินการตรวจสอบการเบิกจ่ายงบประมาณกับศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งในพื้นที่ความรับผิดชอบของ ป.ป.ท.เขต 4 ประกอบด้วย ศูนย์ฯ จ.อุดรธานี,เลย,กาฬสินธุ์ ,บึงกาฬ,นครพนม,หนองคาย และ จ.หนองบัวลำภู ซึ่งขณะยี้ ป.ป.ท.ได้มีหนังสือแจ้งไปยัง ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง ทั้งหมดเพื่อขอความร่วมมือในการตรวจสอบ การใช้งบประมาณ และการดำเนินการจ่ายเงินสงเคราะห์ให้กับชาวบ้านกลุ่มใดบ้าง แต่ละกลุ่มใช้เงินงบประมาณไปเท่าใด รวมทั้งตรวจสอบกับชาวบ้าน ตามรายชื่อที่ระบุในการเบิกจ่าย โดยผู้อำนวยการศูนย์ฯทุกศูนย์ต้องให้ความร่วมมือ เพื่อแสดงถึงการทำงานที่โปร่งใส

    นายทองสุข กล่าวต่ออีกว่า ชุดสืบสวนสอบสวน จาก ป.ป.ท.กลาง และ ป.ป.ท.เขต 4 ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่ จ.บึงกาฬ ในเบื้องต้นแล้ว พบรายชื่อชาวบ้าน อยู่ในทุกกลุ่มที่มีชื่อรับเงินสงเคราะห์ผู้ยากไร้รายละ 2000-3,000 บาท เป็นจำนวนมาก โดยรายละเอียดเบื้องต้น ไม่แตกต่างกับสิ่งที่เกิดขึ้นที่ขอนแก่น ขณะนี้มีการตรวจสอบชัดเจนแล้วว่ามีหลายคนที่ไม่ได้รับเงินเลยแม้แต่บาทเดียว ซึ่งรายละเอียดบางอย่างไม่ข้อเปิดเผยเพราะอยู่ในขั้นตอนของการสืบสวนสอบสวนและอาจจะกระทบกับรูปคดี ทั้งนั้รายงานการสอบสวนทั้งหมด ได้รายงานต่อคณะอนุกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง และ เลขาธิการ คสช.ให้รับทราบตามลำดับแล้ว

งูเหลือม2ตัวกัดกันเลือดสาดแย่งตุ๊กตาหมี

    ชาวบ้านแจ้งศูนย์วิทยุปทุมธานีพบงูเหลือม2ตัวกัดกันเลือดสาดอาสาสมัครมูลนิธิกู้ภัยป่อเต็กตึ๊งรุดให้ความช่วยเหลือเมื่อเวลา 21.30น. วันที่ 16 ก.พ.2561 ศูนย์วิทยุปทุมธานี รับแจ้งมีประชาชนขอความช่วยเหลือช่วยจับงูเข้าไปภายในบ้าน ที่เกิดเหตุบ้านไม่มีเลขที่คลองสองลำลูกกา ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี หลังรับแจ้งจึงประสานงานสมาชิก และอาสาสมัครมูลนิธิกู้ภัยป่อเต็กตึ๊วพร้อมอุปกรณ์จับงูเข้ารุดไปให้ความช่วยเหลือ

    ในที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ริมคลองพบงูเหลือมตัวใหญ่2ตัวกำลังรัดฟัดเหวี่ยงตุ๊กตาหมีสีขาว และกัดกันจนลำตัวงู2สองตัวเลือดสาดได้รับบาดเจ็บเจ้าหน้าที่ต้องใช้ไม้ทำบ่วงคล้องคองูก่อนจะสามารถจับงูที่กำลังรัดกันจนแน่นออกได้ พบเป็นงูเหลือมตัวใหญ่ยาวประมาณ3เมตรทั้งสองตัวก่อนนำใส่กระสอบเพื่อนำไปปฐมพยาบาลและปล่อยคืนสู่แหล่งธรรมชาติ

    น.ส.จันทิมา รอดแจ้ง อายุ 22ปี เจ้าของบ้านเปิดเผยว่า ตนเองพึ่งเลิกงานมาจากพนักงานปั้มNGVใกล้ๆกับบ้านที่ตนพัก ระหว่างนั้นน้องตนเองได้ยินเสียงแปลกๆที่หัวนอนเลยเรียกตนเองมาดูก็ต้องพบงูเหลืมขนาดใหญ่จำนวน 2 ตัวรัดตุ๊กตาและกัดกันอยู่ ตนจึงรีบเข้าไปอุ้มหลานวัย 13ขวบออกมา เพราะเห็นว่านอนหลับอยู่บนที่นอน และหลังจากนั้นก็โทรแจ้งตำรวจเพื่อขอเจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยเหลือ จนสามารถจับกุมตัวได้.

….ขอบคุณที่มา: news.mthai.com

ร้านตัดผมเมืองกรุงเก่า ผุดไอเดียทำวอลเปเปอร์ติดผนังจาก ลอตเตอรี่ ชี้ เพื่อเป็นกุสุโรบายหวังเตือนใจเตือนสติประชาชน

    ร้านตัดผมเมืองกรุงเก่า ผุดไอเดียทำวอลเปเปอร์ติดผนังจาก ลอตเตอรี่ ชี้ เพื่อเป็นกุสุโรบายหวังเตือนใจเตือนสติเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2561 ผู้สื่อข่าวรับแจ้งว่าพบร้านตัดผมสุดแปลก นำลอตเตอรี่มาทำเป็นวอลเปเปอร์ติดเต็มร้าน จึงเดินทางไปตรวจสอบ พบว่า ที่ร้านตัดผมชื่อร้าน หายห่วง บาร์เบอร์ ตั้งอยู่ ม.9 ต.อุทัย อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา บรรยากาศหน้าร้านแต่งเรียบง่าย เป็นร้านตัดผมได้ทุกแนวทุกแบบ โดยเฉาะแนวสไตล์แนววินเทจ ที่พบว่าคนส่วนนิยมเดินทางมาตัดกันจำนวนมาก

   เมื่อเข้าไปในร้านพบเจ้าของร้าน หายห่วง บาร์เบอร์ ชื่อนายเกรียงไกร เม่นคล้าย อายุ 45 ปี เป็นเจ้าของร้านตัดผมสุดแปลกร้านนี้ โดยภายในร้านตัดผมดังกล่าว เต็มไปด้วย  ลอตเตอรี่ จำนวนนับพันใบ นำมาตกแต่งเป็นวอลเปเปอร์ เรียกเสียงฮือฮาให้กับลูกค้าที่มาใช้บริการกันอย่างมากเลยที่เดียว

    นายเกรียงไกร เม่นคล้าย อายุ 45 ปี เล่าถึงเหตุผลที่นำลอตเตอรี่ทั้งหมดมาติดเป็นวอเปเปอร์ ว่า เพื่อเป็นกุสุโรบายไม่ต้องให้ผู้คนไปลุ่มหลงในการเสี่ยงโชคเสี่ยงดวง โดยตนเองนั้นซื้อและสะสมมากว่า 5 ปี แล้ว จากเริ่มแรกซื้อที่ละ 5 คู่ 10 คู่ 20 คู่ เรื่อยๆ มา มีทั้งถูกและไม่ถูก แต่ก็ไม่อยากให้คนไปลุ่มหลงเยอะ คนจะถูกซื้อมากซื้อน้อยก็ต้องถูก ซื้อตามกำลังของเราก็พอ และอีกทั้งพอผล ลอตเตอรี่ออกมาไม่ถูก คนก็มองว่าเป็นกระดาษแผ่นหนึ่งที่หมดประโยชน์ ก็เลยตัดสินใจนำมาทำเป็นวอเปเปอร์ และจะกลายเป็นวอเปเปอร์ที่มีราคาแพงที่สุดอีกด้วยติประชาชน

ขอบคุณที่มา: news.mthai.com

ยึดทรัพย์ผู้ต้องหา เจ้าของไอซ์ 560 กิโลกรัม พบฟอกเงินผ่านเมียน้อย 6 คน

    ตำรวจภาค 5 ยึดทรัพย์บ้านภรรยาน้อยผู้ต้องหาเจ้าของไอซ์ 560 กิโลกรัม เผยเป็นขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ ฟอกเงินผ่านภรรยาน้อย 6 คนพล.ต.ต.ภาณุเดช บุญเรือง รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 นำกำลัตำรวจร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค 5 เข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 72 / 2 หมู่บ้าร้องอ้อ ตำบลสันผีเสื้อ อำเภอเมืองเชียงใหม่ ซึ่งปลูกเป็นคฤหาสน์หรู มีสระว่ายน้ำ และเฟอร์นิเจอร์ ไม้สักอย่างดี มีรถยนต์หรูอีก 4 คัน

    และยังมีบ้านบริวารกลางน้ำ อาคารที่จอดรถ ห้องเก็บของ ในพื้นที่กว่า 3 ไร่ ของนาง วิไลพร บานเย็น อายุ 43 ปี ภรรยาคนที่ 4 ของนายธัญเทพ โปติ อายุ 52 ปี หรือ ดอย เจ้าของไอซ์ 560 กิโลกรัม ที่ตำรวจภาค 5 จับกุมได้ ที่บริษัทขนส่งยักษ์ใหญ่ ที่จังหวัดเชียงใหม่เมื่อหลายวันก่อน ขณะเตรียมลักลอบ ส่งไปกับรถบรรทุกขนส่งสินค้าไปยังภาคใต้ เพื่อส่งต่อไปยังประเทศที่สาม โดยตรวจสอบหลักฐานทางการเงินและเอกสารจำนวนมาก และ อายัดไว้ทั้งหมด

    นอกจากนั้น ยังเข้าอายัดหอพัก ย่านชุมชนสันติธรรม อ.เมือง จ.เชียงใหม่ อีก 1 แห่ง เป็นหอพัก 3 ชั้น ขนาด 30 ห้อง รวมทั้งบ้านภรรยาคนสุดท้องคนที่ 6 ของนาย ธัญเทพ ในพื้นที่อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ อีก 1 หลัง รวมมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมดไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาทส่วนนายธัญเทพ โปติ ถูกเจ้าหน้าที่ออกหมายจับและยังอยู่ระหว่างการหลบหนี ขณะที่เจ้าหน้าที่ยังคงขยายผลตรวจสอบทรัพย์สินและเส้นทางการเงินของนายธัญเทพ เชื่อว่ายังมีซุกซ่ออนอีกเป็นจำนวนมากในชื่อภรรยาอีกหลายคน

    ขอบคุณที่มา: news.mthai.com

ศาลอุทธรณ์ยืนจำคุก 1 ปี น็อต กราบรถ รอลงอาญา 2 ปี

    ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนคำสั่งจำคุก 1 ปี น็อต ธีร์ อริยฤทธิ์วิกุล เจ้าของวลีกราบรถกู พร้อมให้รอลงอาญา 2 ปี  เมื่อวานนี้ (13 ก.พ.) ศาลอาญากรุงเทพใต้ อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ในคดีที่พนักงานอัยการคดีอาญากรุงเทพใต้ 2 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายธีร์ อริยฤทธิ์วิกุล หรือ น็อต อายุ 30 ปี ดารานักแสดง กับ นายวิทวัส ศรีบัณฑิตมงคล เป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐานร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น จนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัสและข้อหาอื่น

    จากกรณีเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2559 จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้กำลังทำร้ายร่างกาย นายกิตติศักดิ์ หรือ บอย พนักงานคัดกรองเอกสาร สำนักงานสรรพากรตลิ่งชันบาดเจ็บ จากการขับรถเฉี่ยวชนกันบริเวณปาก ซ.เจริญกรุง 44 โดย นายธีร์ จำเลยที่ 1 ยังบังคับให้ผู้เสียหายกราบรถจนกลายเป็นวลีดังที่มีการพูดถึงในโลกออนไลน์คดีนี้ศาลชั้นต้น สั่งจำคุกจำเลยคนละ 1 ปี รอลงอาญา 2 ปี โดยให้รายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติด้วยเป็นระยะเวลา 4 ครั้ง ใน 1 ปี และให้ ทำงานบริการสังคม 24 ชั่วโมง ต่อมาอัยการโจทก์ยื่นอุทธรณ์ขอให้ศาลไม่รอการลงโทษเฉพาะจำเลยที่ 1 เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง โดยในวันนี้ นายธีร์ เดินทางมาศาลพร้อมด้วยญาติและทนายความศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือกันแล้ว เห็นว่าที่ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยมานั้นเหมาะสมแล้ว อุทธรณ์โจทก์ฟังไม่ขึ้นพิพากษายืนสำหรับคดีดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2559 เกิดเหตุการณ์ทะเลาะวิวาท บริเวณถนนเจริญกรุง ใกล้ห้างโรบินสัน บางรัก รถยนต์มินิคูเปอร์เฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์ การเจรจาที่ใช้อารมณ์ทำให้ฝ่ายคู่กรณีที่ขับรถยนต์ใช้กำลังทำร้ายหนุ่มขี่จักรยานยนต์ได้รับบาดเจ็บ

    ปรากฏว่าในเวลาต่อมา พบว่าชายที่ขับรถมินิคูเปอร์คือพิธีกรหนุ่ม “น็อต ธีร์” หรือ น็อต อัครณัฐ เรื่องราวจึงบานปลายเมื่อคลิปถูกแชร์สู่สังคมออนไลน์ ประเด็นนี้กลายเป็นคดีความ เมื่อต่างฝ่ายต่างแจ้งความดำเนินคดีกัน พร้อมกับให้ข้อมูลต่างมุมของแต่ละตัวเองกระทั่งวันที่ 30 มิถุนายน 2560 ศาลอาญาฯ ได้สั่งพิพากษา น็อต ธีร์ และเพื่อน โทษจำคุก 2 ปี แต่ให้การรับสารภาพจึงลดโทษให้กึ่งหนึ่งเหลือ 1 ปี รอลงอาญา 2 ปี พร้อมบำเพ็ญประโยชน์บริการสังคม 24 ชั่วโมง คุมความประพฤติ 1 ปี ก่อนจะเจรจาค่าเยียวยจำนวนเงิน 180,000 บาท ก่อนจะมีการยื่นในชั้นศาลอุทธรณ์และมีคำพิพากษาดังกล่าว